ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ADDIREK.rx
ระบบประสาทและจิตเวช

โรควิตกกังวล

โรควิตกกังวล (anxiety disorders) ครอบคลุมกลุ่มโรคที่มีความกลัวหรือวิตกกังวลมากเกินควรจนกระทบการดำเนินชีวิต โดยที่พบบ่อยได้แก่ generalized anxiety disorder (GAD) และ panic disorder การรักษาหลักคือยาต้านเศร้ากลุ่ม SSRI/SNRI ร่วมกับจิตบำบัด ส่วนยากลุ่ม benzodiazepine ใช้เป็นการเสริมระยะสั้นเท่านั้นเนื่องจากความเสี่ยงการติดยา

นิยามและเกณฑ์วินิจฉัย

ตามเกณฑ์ DSM-5 generalized anxiety disorder (GAD) วินิจฉัยจากความวิตกกังวลหรือกังวลใจมากเกินควรเกี่ยวกับหลายเรื่องในชีวิตประจำวัน เกิดขึ้นเกือบทุกวันนานอย่างน้อย 6 เดือน ร่วมกับอาการอย่างน้อย 3 ใน 6 ข้อ ได้แก่ กระวนกระวาย เหนื่อยง่าย สมาธิลดลง หงุดหงิดง่าย กล้ามเนื้อตึงตัว และนอนไม่หลับ

Panic disorder มีลักษณะเป็นอาการตื่นตระหนก (panic attack) เกิดขึ้นซ้ำโดยไม่คาดคิด ร่วมกับใจสั่น เหงื่อออก หายใจไม่ทัน และกลัวจะเสียชีวิตหรือเสียการควบคุม ตามด้วยความกังวลว่าจะเกิดอาการซ้ำอีกอย่างน้อย 1 เดือน ซึ่งอาจนำไปสู่การหลีกเลี่ยงสถานการณ์ (agoraphobia)

แนวทางการรักษา

ยาทางเลือกแรกสำหรับโรควิตกกังวลคือยากลุ่ม SSRI (เช่น escitalopram, paroxetine, sertraline) หรือ SNRI (เช่น venlafaxine, duloxetine) ซึ่งมีประสิทธิภาพดีและปลอดภัยกว่าสำหรับการใช้ระยะยาวเมื่อเทียบกับ benzodiazepine

Cognitive behavioral therapy (CBT) เป็นจิตบำบัดที่มีหลักฐานสนับสนุนชัดเจนที่สุด ทั้งใช้เดี่ยวหรือร่วมกับยา โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงถึงปานกลาง หรือผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงยา

Benzodiazepine (เช่น alprazolam, lorazepam, clonazepam) มีข้อดีคือออกฤทธิ์เร็ว จึงใช้เป็นยาเสริมระยะสั้นในช่วงแรกของการรักษาระหว่างรอ SSRI/SNRI ออกฤทธิ์เต็มที่ (ซึ่งมักใช้เวลา 2–4 สัปดาห์) แต่ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเกิน 2–4 สัปดาห์เนื่องจากความเสี่ยงดื้อยาและติดยา ส่วน buspirone เป็นทางเลือกที่ไม่ทำให้ติดยาแต่ออกฤทธิ์ช้าและประสิทธิภาพจำกัดกว่า

  • First-line: SSRI หรือ SNRI
  • จิตบำบัด: Cognitive behavioral therapy (CBT)
  • เสริมระยะสั้น: Benzodiazepine (ไม่เกิน 2–4 สัปดาห์)
  • ทางเลือกไม่ทำให้ติดยา: Buspirone (ออกฤทธิ์ช้ากว่า)

เป้าหมายการรักษาและการติดตาม

ควรประเมินการตอบสนองต่อยาที่ขนาดเหมาะสมนาน 4–6 สัปดาห์ก่อนพิจารณาปรับขนาดหรือเปลี่ยนยา เนื่องจาก SSRI/SNRI ในโรควิตกกังวลมักต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลเมื่อเทียบกับการรักษาโรคซึมเศร้า

เมื่อผู้ป่วยตอบสนองดีแล้ว ควรให้ยาต่อเนื่องอย่างน้อย 12 เดือนก่อนพิจารณาค่อยๆ ลดขนาดยาลง เพื่อลดความเสี่ยงการกลับเป็นซ้ำ การหยุดยาควรทำอย่างช้าๆ ภายใต้การติดตามอาการ

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่สำคัญ

ในช่วงเริ่มต้นการรักษาด้วย SSRI/SNRI ผู้ป่วยโรควิตกกังวลบางรายอาจมีอาการวิตกกังวลแย่ลงชั่วคราว (activation syndrome หรือ jitteriness) จึงแนะนำให้เริ่มยาในขนาดต่ำกว่าที่ใช้รักษาโรคซึมเศร้าแล้วค่อยๆ ปรับเพิ่ม

Benzodiazepine มีความเสี่ยงดื้อยา ติดยา และเกิดอาการถอนยา (withdrawal) หากหยุดกะทันหัน รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงหกล้มและภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ จึงควรใช้ในขนาดต่ำที่สุดและระยะเวลาสั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น

ควรระวังการใช้ benzodiazepine ร่วมกับ opioid หรือแอลกอฮอล์ เนื่องจากเสริมฤทธิ์กดการหายใจซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต และควรหลีกเลี่ยงการหยุด benzodiazepine ที่ใช้มานานอย่างกะทันหันเนื่องจากเสี่ยงต่อการชัก

  • SSRI/SNRI ช่วงแรก: อาจทำให้วิตกกังวลแย่ลงชั่วคราว ควรเริ่มขนาดต่ำ
  • Benzodiazepine: เสี่ยงติดยา ถอนยา หกล้มในผู้สูงอายุ ไม่ควรใช้เกิน 2–4 สัปดาห์
  • ห้ามใช้ benzodiazepine ร่วมกับ opioid/แอลกอฮอล์ (กดการหายใจ)
  • การหยุด benzodiazepine ที่ใช้เรื้อรังกะทันหันเสี่ยงต่อการชัก
ตารางอ้างอิงด่วน
First-line
SSRI หรือ SNRI
จิตบำบัดหลัก
Cognitive behavioral therapy (CBT)
เสริมระยะสั้น
Benzodiazepine ≤2–4 สัปดาห์
ระยะเวลาประเมินก่อนปรับยา
4–6 สัปดาห์
ระยะเวลารักษาต่อเนื่องหลังตอบสนอง
อย่างน้อย 12 เดือน
ข้อควรระวัง
Benzodiazepine + opioid/แอลกอฮอล์
เสี่ยงกดการหายใจ
แหล่งอ้างอิง
  • American Psychiatric AssociationPractice Guideline for the Treatment of Patients With Panic Disorder, Second Edition (2009)
  • National Institute for Health and Care Excellence (NICE)Generalised Anxiety Disorder and Panic Disorder in Adults: Management (CG113) (2011)
คำเตือน: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการทบทวนความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางคลินิกฉบับสมบูรณ์และไม่สามารถใช้แทนดุลยพินิจของผู้ประกอบวิชาชีพ โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งอ้างอิงฉบับเต็มก่อนนำไปใช้จริง

พร้อมทบทวนด้วยแบบทดสอบแล้ว?

คลังข้อสอบ 21 ข้อ สุ่มมาให้ทำแต่ละรอบ ให้คะแนนทันทีพร้อมเฉลย

เริ่มทำแบบทดสอบ