โรคหืด
โรคหืด (asthma) เป็นโรคการอักเสบเรื้อรังของหลอดลมที่ทำให้เกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหลอดลมและอาการหายใจลำบากเป็นพักๆ การรักษาเน้นควบคุมการอักเสบระยะยาวด้วยยาพ่นสเตียรอยด์ ร่วมกับยาขยายหลอดลมสำหรับบรรเทาอาการเฉียบพลัน
นิยามและเกณฑ์วินิจฉัย
โรคหืดวินิจฉัยจากประวัติอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไอ หรือหายใจมีเสียงหวีด (wheeze) ที่เป็นๆ หายๆ และมีความรุนแรงแปรผันตามเวลา ร่วมกับหลักฐานการอุดกั้นทางเดินหายใจที่กลับคืนได้ (reversible airflow limitation) ซึ่งยืนยันด้วยการตรวจสมรรถภาพปอด (spirometry) พบค่า FEV1 เพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 12 และ 200 มล. หลังพ่นยาขยายหลอดลม
อาการมักถูกกระตุ้นด้วยสารก่อภูมิแพ้ การออกกำลังกาย อากาศเย็น การติดเชื้อทางเดินหายใจ หรือควันบุหรี่ และมักเป็นมากช่วงกลางคืนหรือเช้ามืด
การประเมินความรุนแรงและการควบคุมโรค
แนวทาง GINA (Global Initiative for Asthma) แบ่งการประเมินเป็นการควบคุมอาการ (symptom control) ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา และการประเมินความเสี่ยงการกำเริบในอนาคต โดยพิจารณาความถี่อาการกลางวัน การใช้ยาบรรเทาอาการ อาการตื่นกลางคืน และข้อจำกัดกิจกรรม
- ควบคุมได้ดี (well controlled): ไม่มีหรือมีอาการ ≤2 ครั้ง/สัปดาห์
- ควบคุมได้บางส่วน (partly controlled): มีอาการ 1-2 ข้อใน 4 ข้อเกณฑ์
- ควบคุมไม่ได้ (uncontrolled): มีอาการ 3-4 ข้อใน 4 ข้อเกณฑ์
แนวทางการรักษา
การรักษาแบบขั้นบันได (stepwise approach) ตาม GINA เริ่มจากยาพ่นสเตียรอยด์ขนาดต่ำร่วมกับ formoterol เป็นทั้งยาควบคุมและยาบรรเทาอาการ (MART) ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แทนการใช้ short-acting beta-agonist (SABA) เดี่ยวๆ ซึ่งไม่แนะนำอีกต่อไปเนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงการกำเริบรุนแรง
หากควบคุมอาการไม่ได้ด้วยขั้นต่ำ ให้ปรับเพิ่มขนาดยาพ่นสเตียรอยด์ หรือเพิ่ม long-acting beta-agonist (LABA) ร่วมด้วย ในรายที่ควบคุมไม่ได้แม้ใช้ยาขนาดสูงให้พิจารณา add-on therapy เช่น long-acting muscarinic antagonist (LAMA), leukotriene receptor antagonist หรือ biologic agent ตามลักษณะการอักเสบ (phenotype)
- ยาควบคุม (controller): inhaled corticosteroid (ICS) เป็นหลัก ± LABA
- ยาบรรเทาอาการ (reliever): ICS-formoterol ขนาดต่ำ (แนวทางปัจจุบัน) หรือ SABA
- ขั้นรุนแรง: เพิ่ม LAMA, biologic (เช่น anti-IgE, anti-IL5) ตาม phenotype
ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่สำคัญ
ยาพ่นสเตียรอยด์ขนาดสูงต่อเนื่องเพิ่มความเสี่ยงเสียงแหบ เชื้อราในช่องปาก (oral candidiasis) และผลต่อความหนาแน่นกระดูกในระยะยาว ควรแนะนำให้บ้วนปากหลังพ่นยาทุกครั้ง การใช้ LABA เดี่ยวโดยไม่มี ICS ร่วมด้วยเพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหืดจึงห้ามใช้เดี่ยว
ควรประเมินเทคนิคการพ่นยาทุกครั้งที่มาติดตาม เนื่องจากเทคนิคที่ไม่ถูกต้องเป็นสาเหตุสำคัญของการควบคุมโรคไม่ได้
- เกณฑ์วินิจฉัย spirometry
- FEV1 เพิ่ม ≥12% และ ≥200 มล. หลังยาขยายหลอดลม
- ยาควบคุมหลัก
- Inhaled corticosteroid (ICS)
- ยาบรรเทาอาการที่แนะนำ
- ICS-formoterol ขนาดต่ำ
- แทน SABA เดี่ยว ตาม GINA ปัจจุบัน
- ข้อห้ามสำคัญ
- ห้ามใช้ LABA เดี่ยวโดยไม่มี ICS ร่วม
- Global Initiative for Asthma (GINA) — Global Strategy for Asthma Management and Prevention (2024)
พร้อมทบทวนด้วยแบบทดสอบแล้ว?
คลังข้อสอบ 20 ข้อ สุ่มมาให้ทำแต่ละรอบ ให้คะแนนทันทีพร้อมเฉลย
เริ่มทำแบบทดสอบ