ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ADDIREK.rx
การจัดการความปวดและประคับประคอง

การจัดการความปวดเรื้อรังและการใช้ opioid

ความปวดเรื้อรังเป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมากและต้องอาศัยการประเมินแบบองค์รวม (biopsychosocial) มากกว่าการมุ่งลดคะแนนความปวดเพียงอย่างเดียว การใช้ opioid ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์ด้านการทำหน้าที่กับความเสี่ยงของการเสพติดและผลข้างเคียงระยะยาวอย่างรอบคอบ

นิยามและหลักการประเมิน

ความปวดเรื้อรัง (chronic pain) หมายถึงความปวดที่ดำเนินต่อเนื่องเกิน 3 เดือน หรือเกินระยะเวลาการหายของเนื้อเยื่อตามปกติ อาจเกิดจากกลไก nociceptive (เช่น ข้อเสื่อม), neuropathic (เช่น diabetic neuropathy) หรือ nociplastic (เช่น fibromyalgia) ซึ่งมักพบร่วมกันมากกว่าหนึ่งกลไกในผู้ป่วยรายเดียว

การประเมินควรครอบคลุมมิติทางร่างกาย จิตใจ และสังคม (biopsychosocial assessment) รวมถึงผลกระทบต่อการทำกิจวัตรประจำวัน การนอนหลับ อารมณ์ และการทำงาน ไม่ใช่พิจารณาเพียงคะแนนความปวดตัวเลข

ก่อนพิจารณาใช้ opioid ควรประเมินความเสี่ยงของการใช้ยาในทางที่ผิดด้วยเครื่องมือคัดกรอง เช่น Opioid Risk Tool และทบทวนประวัติการใช้สารเสพติดหรือโรคทางจิตเวชร่วม เนื่องจากเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิด opioid use disorder

แนวทางการรักษา

การรักษาความปวดเรื้อรังควรเริ่มจากวิธีที่ไม่ใช้ยาและยาที่ไม่ใช่ opioid ก่อนเสมอ ได้แก่ กายภาพบำบัด การออกกำลังกาย การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (CBT) ร่วมกับยากลุ่ม paracetamol, NSAIDs หรือยากลุ่ม adjuvant ตามกลไกความปวด

สำหรับความปวดที่มีองค์ประกอบ neuropathic ยากลุ่มแรกที่แนะนำ ได้แก่ tricyclic antidepressants (TCA), serotonin-norepinephrine reuptake inhibitors (SNRI เช่น duloxetine) และ gabapentinoids (gabapentin, pregabalin) ซึ่งมีหลักฐานสนับสนุนชัดเจนกว่า opioid ในกลุ่มนี้

Opioid ไม่ใช่ยาลำดับแรกสำหรับความปวดเรื้อรังที่ไม่ใช่มะเร็ง ควรพิจารณาเฉพาะเมื่อประโยชน์ด้านการทำหน้าที่และคุณภาพชีวิตคาดว่าจะมากกว่าความเสี่ยง และควรเริ่มต้นด้วยขนาดต่ำที่สุดที่ได้ผล พร้อมกำหนดเป้าหมายและระยะเวลาการทดลองใช้ยาที่ชัดเจนก่อนเริ่มสั่งใช้ (opioid treatment agreement)

  • Non-pharmacologic: กายภาพบำบัด การออกกำลังกาย CBT — ควรเป็นพื้นฐานของแผนการรักษาทุกราย
  • Neuropathic component: TCA, SNRI, gabapentinoids เป็นยากลุ่มแรก ไม่ใช่ opioid
  • Opioid: พิจารณาเป็นทางเลือกเสริมเมื่อยากลุ่มอื่นไม่เพียงพอ ภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิด

เป้าหมายการรักษาและการติดตาม

เป้าหมายหลักของการรักษาความปวดเรื้อรังคือการฟื้นฟูการทำหน้าที่ (function) และคุณภาพชีวิต ไม่ใช่การทำให้ความปวดหายไปทั้งหมด ควรตั้งเป้าหมายที่วัดได้ร่วมกับผู้ป่วย เช่น ความสามารถในการทำกิจวัตรหรือกลับไปทำงาน

หากเริ่มใช้ opioid ควรประเมินซ้ำอย่างสม่ำเสมอ (เช่น ทุก 1-3 เดือน) ทั้งด้านประสิทธิผล ผลข้างเคียง และสัญญาณของการใช้ยาในทางที่ผิด รวมถึงตรวจสอบฐานข้อมูลการสั่งจ่ายยาควบคุม (prescription drug monitoring) หากมีระบบดังกล่าวในพื้นที่

หากไม่เห็นประโยชน์ด้านการทำหน้าที่ที่ชัดเจนภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ควรพิจารณาลดขนาดยาลงอย่างช้าๆ (taper) แทนการหยุดยาทันที เพื่อลดอาการถอนยา

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่สำคัญ

ควรแยกความแตกต่างระหว่าง tolerance (ต้องการขนาดยาเพิ่มขึ้นเพื่อผลเท่าเดิม), physical dependence (เกิดอาการถอนยาเมื่อหยุดกะทันหัน) และ addiction หรือ opioid use disorder (พฤติกรรมการใช้ยาที่ควบคุมไม่ได้แม้เกิดผลเสีย) ซึ่งเป็นภาวะที่แตกต่างกันทางคลินิกแต่มักสับสน

ความเสี่ยงต่อการกดการหายใจและการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นตามขนาดยาที่สูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับ benzodiazepine หรือยากดประสาทส่วนกลางอื่น ควรหลีกเลี่ยงการสั่งใช้ร่วมกันเมื่อเป็นไปได้ และพิจารณาสั่งจ่าย naloxone ร่วมด้วยในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของ opioid ระยะยาว ได้แก่ ท้องผูกเรื้อรัง (ไม่เกิด tolerance ต่ออาการนี้ จึงควรให้ยาระบายป้องกันตลอดการใช้ยา) ง่วงซึม คลื่นไส้ และในระยะยาวอาจสัมพันธ์กับภาวะพร่องฮอร์โมนเพศและเพิ่มความเสี่ยงกระดูกหัก

  • สัญญาณเตือนการใช้ยาในทางที่ผิด: ขอเพิ่มขนาดยาบ่อยก่อนถึงนัด, ยาหายหรือถูกขโมยบ่อย, ใช้จากหลายแหล่งพร้อมกัน, ปฏิเสธการตรวจปัสสาวะ
  • หลีกเลี่ยงการหยุด opioid ที่ใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานแบบกะทันหัน ควรลดขนาดลงทีละน้อยภายใต้การติดตามอาการถอนยา
  • ทบทวนความจำเป็นและประเมินความเสี่ยงซ้ำทุกครั้งที่มีการต่อใบสั่งยา opioid
ตารางอ้างอิงด่วน
นิยามความปวดเรื้อรัง
ปวดต่อเนื่อง > 3 เดือน
ยากลุ่มแรกสำหรับ neuropathic pain
TCA, SNRI, gabapentinoids
ไม่ใช่ opioid
การเริ่ม opioid
ขนาดต่ำสุดที่ได้ผล ระยะเวลาสั้นที่สุด
ตั้งเป้าหมายก่อนเริ่มยา
ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นชัดเจน
เมื่อใช้ opioid ขนาดสูงต่อเนื่อง
โดยเฉพาะร่วมกับ benzodiazepine
ท้องผูกจาก opioid
ไม่เกิด tolerance
ควรให้ยาระบายป้องกันตลอดการใช้ยา
การหยุดยา
ลดขนาดลงทีละน้อย (taper)
หลีกเลี่ยงการหยุดกะทันหัน
แหล่งอ้างอิง
  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC)CDC Clinical Practice Guideline for Prescribing Opioids for Pain (2022)
  • National Institute for Health and Care Excellence (NICE)Chronic pain (primary and secondary) in over 16s: assessment of all chronic pain and management of chronic primary pain (NG193) (2021)
คำเตือน: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการทบทวนความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางคลินิกฉบับสมบูรณ์และไม่สามารถใช้แทนดุลยพินิจของผู้ประกอบวิชาชีพ โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งอ้างอิงฉบับเต็มก่อนนำไปใช้จริง

พร้อมทบทวนด้วยแบบทดสอบแล้ว?

คลังข้อสอบ 22 ข้อ สุ่มมาให้ทำแต่ละรอบ ให้คะแนนทันทีพร้อมเฉลย

เริ่มทำแบบทดสอบ