ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ADDIREK.rx
หัวใจ หลอดเลือด และไต

ไขมันในเลือดสูง

ไขมันในเลือดสูง โดยเฉพาะ LDL-cholesterol ที่สูง เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง การรักษาเน้นการประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยรวมเพื่อกำหนดความเข้มข้นของการรักษาด้วย statin เป็นหลัก

นิยามและการประเมินความเสี่ยง

การประเมินไขมันในเลือดประกอบด้วย total cholesterol, LDL-C, HDL-C และ triglyceride โดย LDL-C ที่สูงสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองแบบ dose-dependent

การตัดสินใจเริ่มการรักษาอาศัยการประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะ 10 ปี (เช่น pooled cohort equations หรือเครื่องมือประเมินความเสี่ยงอื่น) ร่วมกับการมีโรคหลอดเลือดหัวใจชัดเจน (ASCVD) เบาหวาน หรือ LDL-C สูงมากตั้งแต่ต้น

แนวทางการรักษา

Statin เป็นยากลุ่มหลักที่มีหลักฐานชัดเจนที่สุดในการลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ แบ่งความเข้มข้นเป็น high-intensity (ลด LDL-C ≥50%, เช่น atorvastatin 40–80 มก. หรือ rosuvastatin 20–40 มก.), moderate-intensity (ลด LDL-C 30–49%) และ low-intensity

ผู้ป่วยที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจชัดเจน (secondary prevention) ควรได้รับ high-intensity statin เป็นอันดับแรก ส่วนผู้ป่วยที่ยังไม่มีโรคแต่มีความเสี่ยงสูง (primary prevention) พิจารณาตามระดับความเสี่ยง

หากใช้ statin ขนาดสูงสุดที่ทนได้แล้วยังไม่ถึงเป้าหมาย พิจารณาเพิ่ม ezetimibe และหากยังไม่ถึงเป้าหมายอีกพิจารณา PCSK9 inhibitor ในผู้ป่วยกลุ่มความเสี่ยงสูงมาก

ผู้ป่วยที่มี triglyceride สูงมาก (>500 มก./ดล.) ควรได้รับการรักษาเพื่อลดความเสี่ยงตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันด้วยการปรับพฤติกรรมและพิจารณา fibrate

  • High-intensity statin — atorvastatin 40–80 มก./วัน, rosuvastatin 20–40 มก./วัน
  • Moderate-intensity statin — atorvastatin 10–20 มก./วัน, simvastatin 20–40 มก./วัน
  • Ezetimibe — เสริมฤทธิ์เมื่อ statin เดี่ยวไม่ถึงเป้าหมาย

เป้าหมายการรักษาและการติดตาม

ในผู้ป่วยความเสี่ยงสูงมาก (established ASCVD) เป้าหมาย LDL-C มักกำหนดไว้ต่ำกว่า 70 มก./ดล. ส่วนผู้ป่วยความเสี่ยงปานกลางถึงสูงอาจใช้เป้าหมายที่ผ่อนปรนกว่าตามแนวทางที่ใช้

ควรตรวจ lipid panel ซ้ำที่ 4–12 สัปดาห์หลังเริ่มหรือปรับขนาด statin เพื่อประเมินการตอบสนอง และตรวจการทำงานของตับหากมีอาการผิดปกติ

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่สำคัญ

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดของ statin คือ myalgia (ปวดกล้ามเนื้อ) ซึ่งพบได้มากกว่าที่รายงานใน clinical trial ควรแยกจาก statin-associated myopathy ที่มีการเพิ่มขึ้นของ creatine kinase

Statin อาจเพิ่มความเสี่ยงเบาหวานเล็กน้อยและเพิ่มเอนไซม์ตับได้ แต่ประโยชน์ในการลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดมักมีน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยงนี้ในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ชัดเจน

ควรระวังปฏิกิริยาระหว่างยาของ statin กับยาที่ยับยั้ง CYP3A4 อย่างรุนแรง เช่น clarithromycin, itraconazole และ gemfibrozil ซึ่งเพิ่มความเสี่ยง rhabdomyolysis

Statin ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์เนื่องจากมีผลต่อการพัฒนาของทารกในครรภ์

ตารางอ้างอิงด่วน
เป้าหมาย LDL-C ในผู้ป่วยความเสี่ยงสูงมาก
<70 มก./ดล.
High-intensity statin
Atorvastatin 40–80 มก., Rosuvastatin 20–40 มก.
Triglyceride ที่เสี่ยงตับอ่อนอักเสบ
>500 มก./ดล.
ตรวจ lipid panel ซ้ำ
4–12 สัปดาห์หลังเริ่ม/ปรับยา
ปฏิกิริยาเสี่ยง rhabdomyolysis
Statin + CYP3A4 inhibitor แรง (เช่น clarithromycin)
แหล่งอ้างอิง
  • American College of Cardiology / American Heart Association2018 Guideline on the Management of Blood Cholesterol (2018)
  • ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยแนวทางเวชปฏิบัติการใช้ยารักษาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติเพื่อป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด (2016)
คำเตือน: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการทบทวนความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางคลินิกฉบับสมบูรณ์และไม่สามารถใช้แทนดุลยพินิจของผู้ประกอบวิชาชีพ โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งอ้างอิงฉบับเต็มก่อนนำไปใช้จริง

พร้อมทบทวนด้วยแบบทดสอบแล้ว?

คลังข้อสอบ 20 ข้อ สุ่มมาให้ทำแต่ละรอบ ให้คะแนนทันทีพร้อมเฉลย

เริ่มทำแบบทดสอบ