ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ADDIREK.rx
หัวใจ หลอดเลือด และไต

ความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือด การควบคุมความดันโลหิตให้ได้เป้าหมายช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง กล้ามเนื้อหัวใจตาย และไตวายเรื้อรังได้อย่างมีนัยสำคัญ เภสัชกรมีบทบาทสำคัญในการเลือกยา ติดตามผลข้างเคียง และให้คำปรึกษาด้านการปรับพฤติกรรม

นิยามและเกณฑ์วินิจฉัย

ตามแนวทาง ACC/AHA 2017 แบ่งระดับความดันโลหิตเป็น Normal (<120/80 mmHg), Elevated (120–129/<80 mmHg), Stage 1 hypertension (130–139/80–89 mmHg) และ Stage 2 hypertension (≥140/90 mmHg)

การวินิจฉัยต้องอาศัยการวัดความดันโลหิตที่ถูกวิธีอย่างน้อย 2 ครั้งในต่างวัน หรือยืนยันด้วยการวัดความดันที่บ้าน (HBPM) หรือ ambulatory blood pressure monitoring (ABPM) เพื่อลดผลกระทบจาก white-coat hypertension

แนวทางการรักษา

การปรับพฤติกรรมเป็นพื้นฐานของการรักษาทุกราย ได้แก่ ลดเกลือ ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย งดสูบบุหรี่ และจำกัดแอลกอฮอล์

ยากลุ่มแรกที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ ได้แก่ thiazide-type diuretics, ACE inhibitors (ACEI), angiotensin receptor blockers (ARB) และ calcium channel blockers (CCB) โดยเลือกตามข้อบ่งชี้เฉพาะของผู้ป่วยแต่ละราย

หากมีข้อบ่งชี้เฉพาะ (compelling indication) ให้เลือกยาตามโรคร่วม เช่น เบาหวานร่วมโปรตีนในปัสสาวะหรือโรคไตเรื้อรัง ควรเลือก ACEI หรือ ARB, ภาวะหัวใจล้มเหลวควรใช้ ACEI/ARB ร่วมกับ beta-blocker และ mineralocorticoid receptor antagonist, ภาวะหลังกล้ามเนื้อหัวใจตายควรใช้ beta-blocker ร่วมกับ ACEI

หากความดันโลหิตเริ่มต้นสูงกว่าเป้าหมายมากกว่า 20/10 mmHg ควรพิจารณาเริ่มยาสองชนิดร่วมกันตั้งแต่แรก

  • ACEI/ARB — ห้ามใช้ร่วมกันสองกลุ่มพร้อมกัน
  • Thiazide diuretic — เหมาะเป็นยาตัวแรกในผู้ป่วยเชื้อสายแอฟริกันที่ไม่มีข้อบ่งชี้เฉพาะอื่น
  • CCB กลุ่ม dihydropyridine — ทางเลือกที่ดีในผู้สูงอายุที่มี isolated systolic hypertension

เป้าหมายการรักษาและการติดตาม

เป้าหมายความดันโลหิตทั่วไปตาม ACC/AHA 2017 คือ <130/80 mmHg สำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ รวมถึงผู้ที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือความเสี่ยง 10 ปีตั้งแต่ 10% ขึ้นไป โดยในผู้สูงอายุที่เปราะบางอาจพิจารณาเป้าหมายที่ผ่อนปรนกว่าตามดุลยพินิจแพทย์

ควรติดตามการทำงานของไตและอิเล็กโทรไลต์ภายใน 1–2 สัปดาห์หลังเริ่มหรือปรับขนาด ACEI, ARB หรือยาขับปัสสาวะ และวัดความดันโลหิตซ้ำทุก 1 เดือนจนกว่าจะควบคุมได้ตามเป้าหมาย

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่สำคัญ

ACEI อาจทำให้เกิดไอแห้ง โพแทสเซียมในเลือดสูง และ angioedema ซึ่งพบได้น้อยแต่รุนแรง ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ส่วน ARB มีผลข้างเคียงคล้ายกันแต่พบไอแห้งน้อยกว่า

CCB กลุ่ม dihydropyridine (เช่น amlodipine) อาจทำให้เกิดอาการบวมที่ขา ส่วนกลุ่ม non-dihydropyridine (verapamil, diltiazem) อาจทำให้หัวใจเต้นช้าและไม่ควรใช้ร่วมกับ beta-blocker ในผู้ป่วยที่มีการนำไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ

Thiazide diuretics อาจทำให้เกิดโพแทสเซียมและโซเดียมในเลือดต่ำ กรดยูริกในเลือดสูง และน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเล็กน้อย ควรระวังการใช้ร่วมกับยาอื่นที่มีผลต่อโพแทสเซียม

ควรระวังการใช้ ACEI หรือ ARB ร่วมกับยาขับปัสสาวะกลุ่มประหยัดโพแทสเซียมหรือ NSAIDs เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงโพแทสเซียมในเลือดสูงและไตทำงานลดลง

ตารางอ้างอิงด่วน
เป้าหมายความดันโลหิตทั่วไป
<130/80 mmHg
ACC/AHA 2017
Stage 2 hypertension
≥140/90 mmHg
ยากลุ่มแรกที่แนะนำ
Thiazide, ACEI, ARB, CCB
เบาหวานร่วมโปรตีนในปัสสาวะ
ACEI หรือ ARB
Hypertensive emergency
≥180/120 mmHg ร่วมอวัยวะถูกทำลาย
ต้องส่งต่อทันที
แหล่งอ้างอิง
  • American College of Cardiology / American Heart Association2017 Guideline for the Prevention, Detection, Evaluation, and Management of High Blood Pressure in Adults (2017)
  • สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทยแนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป (2019)
คำเตือน: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการทบทวนความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางคลินิกฉบับสมบูรณ์และไม่สามารถใช้แทนดุลยพินิจของผู้ประกอบวิชาชีพ โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งอ้างอิงฉบับเต็มก่อนนำไปใช้จริง

พร้อมทบทวนด้วยแบบทดสอบแล้ว?

คลังข้อสอบ 20 ข้อ สุ่มมาให้ทำแต่ละรอบ ให้คะแนนทันทีพร้อมเฉลย

เริ่มทำแบบทดสอบ