โรคซึมเศร้า
โรคซึมเศร้า (major depressive disorder, MDD) เป็นความผิดปกติทางอารมณ์ที่พบบ่อยและส่งผลกระทบต่อการทำงานและคุณภาพชีวิตอย่างมาก การรักษาหลักคือยาต้านเศร้าร่วมกับจิตบำบัด โดยเป้าหมายคือให้ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะหายจากอาการ (remission) อย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่เพียงอาการดีขึ้นบางส่วน
นิยามและเกณฑ์วินิจฉัย
ตามเกณฑ์ DSM-5 การวินิจฉัย MDD ต้องมีอาการอย่างน้อย 5 ใน 9 ข้อ นานอย่างน้อย 2 สัปดาห์ โดยต้องมีอาการอารมณ์เศร้าหรือขาดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ (anhedonia) อย่างน้อย 1 ใน 2 ข้อนี้ อาการอื่นได้แก่ น้ำหนักหรือความอยากอาหารเปลี่ยนแปลงมาก นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป กระวนกระวายหรือเชื่องช้าผิดปกติ อ่อนเพลีย รู้สึกไร้ค่าหรือผิดหวังตนเองเกินควร สมาธิลดลง และคิดเรื่องความตายหรือการฆ่าตัวตาย
อาการต้องส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือการดำเนินชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ และไม่ได้เกิดจากสารเสพติด ยา หรือภาวะทางกายอื่น แพทย์ควรประเมินความเสี่ยงการฆ่าตัวตายในผู้ป่วยทุกรายที่สงสัยโรคซึมเศร้า
แนวทางการรักษา
ยาต้านเศร้ากลุ่ม selective serotonin reuptake inhibitor (SSRI) เช่น fluoxetine, sertraline, escitalopram เป็นยาทางเลือกแรกเนื่องจากประสิทธิภาพดีและผลข้างเคียงค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับยากลุ่มเก่า ยากลุ่ม serotonin-norepinephrine reuptake inhibitor (SNRI) เช่น venlafaxine, duloxetine เป็นทางเลือกรองหรือใช้เมื่อมีอาการปวดร่วมด้วย
การเลือกยาควรพิจารณาโปรไฟล์ผลข้างเคียง โรคร่วม ปฏิกิริยาระหว่างยา และการตอบสนองต่อยาในอดีตของผู้ป่วยหรือญาติ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงปานกลางถึงรุนแรง แนะนำให้ใช้ยาร่วมกับจิตบำบัด โดยเฉพาะ cognitive behavioral therapy (CBT) ซึ่งมีหลักฐานประสิทธิภาพเทียบเท่ายาในผู้ป่วยบางกลุ่ม
ยากลุ่ม tricyclic antidepressant (TCA) และ monoamine oxidase inhibitor (MAOI) มีประสิทธิภาพดีแต่ผลข้างเคียงและความเสี่ยงจากปฏิกิริยาระหว่างยาสูงกว่า จึงมักสงวนไว้ใช้เมื่อยากลุ่มแรกไม่ได้ผล
- First-line: SSRI (fluoxetine, sertraline, escitalopram, paroxetine)
- Alternative/second-line: SNRI (venlafaxine, duloxetine), mirtazapine, bupropion
- TCA และ MAOI: สงวนไว้เมื่อยากลุ่มแรกล้มเหลว เนื่องจากผลข้างเคียงและปฏิกิริยาระหว่างยามากกว่า
เป้าหมายการรักษาและการติดตาม
เป้าหมายของการรักษาคือภาวะหายจากอาการอย่างสมบูรณ์ (remission) ไม่ใช่เพียงอาการดีขึ้นบางส่วน (response) เนื่องจากผู้ป่วยที่มีอาการหลงเหลืออยู่มีความเสี่ยงกลับเป็นซ้ำสูงกว่า ควรประเมินการตอบสนองต่อยาที่ขนาดเหมาะสมเป็นเวลาอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ก่อนตัดสินใจปรับขนาดยาหรือเปลี่ยนยา
หากไม่ตอบสนองหลังการรักษาครบระยะเวลาที่เหมาะสม ควรพิจารณาเพิ่มขนาดยา เปลี่ยนไปใช้ยากลุ่มอื่น หรือเสริมยา (augmentation) เช่น เพิ่ม atypical antipsychotic ขนาดต่ำ หรือ lithium ในผู้ป่วยที่ดื้อต่อการรักษา
หลังจากอาการดีขึ้นจนถึง remission แล้ว ควรใช้ยาต่อเนื่องในระยะ continuation phase อย่างน้อย 6–12 เดือนสำหรับผู้ป่วยที่เป็นครั้งแรก เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ ส่วนผู้ป่วยที่เป็นซ้ำหลายครั้งอาจพิจารณาให้ยาต่อเนื่องระยะยาวกว่านั้น
ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่สำคัญ
ยาต้านเศร้าทุกกลุ่มมีคำเตือนกรอบดำ (black box warning) เรื่องความเสี่ยงเพิ่มขึ้นของความคิดและพฤติกรรมฆ่าตัวตายในเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ตอนต้นอายุน้อยกว่า 25 ปี โดยเฉพาะในช่วง 1–2 เดือนแรกของการรักษา จึงต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้
การใช้ยากลุ่ม serotonergic ร่วมกัน เช่น SSRI/SNRI ร่วมกับ MAOI, triptan หรือ tramadol เสี่ยงต่อการเกิด serotonin syndrome ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่มีอาการกระวนกระวาย ไข้สูง กล้ามเนื้อเกร็งกระตุก และหัวใจเต้นเร็ว ห้ามใช้ SSRI/SNRI ร่วมกับ MAOI และต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 สัปดาห์เมื่อเปลี่ยนระหว่างสองกลุ่มนี้
การหยุดยาต้านเศร้ากะทันหัน โดยเฉพาะยาที่มีครึ่งชีวิตสั้น เช่น paroxetine, venlafaxine อาจทำให้เกิด discontinuation syndrome (เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ชาคล้ายไฟฟ้าช็อต หงุดหงิด) จึงควรค่อยๆ ลดขนาดยาลง ผู้สูงอายุที่ใช้ SSRI ควรระวังภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ (hyponatremia จาก SIADH)
- Black box warning: เพิ่มความเสี่ยงฆ่าตัวตายในผู้ป่วยอายุ <25 ปี โดยเฉพาะช่วงแรกของการรักษา
- ห้ามใช้ SSRI/SNRI ร่วมกับ MAOI (serotonin syndrome)
- SSRI: คลื่นไส้, ภาวะทางเพศผิดปกติ, ผู้สูงอายุเสี่ยง hyponatremia
- การหยุดยากะทันหันเสี่ยง discontinuation syndrome ควรลดขนาดยาลงทีละน้อย
- First-line
- SSRI (fluoxetine, sertraline, escitalopram)
- Second-line/alternative
- SNRI (venlafaxine, duloxetine), mirtazapine, bupropion
- ระยะเวลาประเมินก่อนปรับยา
- 4–6 สัปดาห์ ที่ขนาดยาเหมาะสม
- Continuation phase
- 6–12 เดือนหลัง remission (เป็นครั้งแรก)
- ข้อห้ามสำคัญ
- SSRI/SNRI ร่วมกับ MAOI
- เสี่ยง serotonin syndrome
- Black box warning
- เพิ่มความเสี่ยงฆ่าตัวตายในอายุ <25 ปี
- American Psychiatric Association — Practice Guideline for the Treatment of Patients With Major Depressive Disorder, Third Edition (2010)
- National Institute for Health and Care Excellence (NICE) — Depression in Adults: Treatment and Management (NG222) (2022)
พร้อมทบทวนด้วยแบบทดสอบแล้ว?
คลังข้อสอบ 20 ข้อ สุ่มมาให้ทำแต่ละรอบ ให้คะแนนทันทีพร้อมเฉลย
เริ่มทำแบบทดสอบ